เขียนโครงการอย่างไร ได้งบ สสส.
กระดานข่าว >> กระทู้ (บทความ)
เมื่อสุดสัปดาห์ต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.ล่องใต้ยึดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ชื่อ “งานสร้างสุข ภาคใต้” ใช้บริเวณใต้ห้องทองจันทน์ อาคารเรียนรวม อาคารนราธิวาสราชนครินทร์ และห้องประชุมย่อย ของคณะแพทย์ศาสตร์

เป็นพื้นที่จัดงาน บรรยากาศในงานคึกคักเกินคาด แม้การประชาสัมพันธ์จะทำอยู่ในวงจำกัดและกระชั้นอยู่บ้าง แต่ด้วยเครือข่ายที่ประสานงานมาก่อนแล้ว ผู้ชมงาน-ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการทุกวงเสวนาล้วนเต็มทุกห้องย่อย ผู้คนทั้งขาประจำและขาจร หลั่งไหลเข้าชมการแสดงนิทรรศการไม่ขาดระยะ

มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายโดยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การกีฬาจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ไปบริการฟรี มีของแจกติดมือกลับบ้านให้ด้วย ส่วนด้านสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่เว้นแม้หนังสือ และเครื่องนวดพูมปัญญาท้องถิ่นก็ขายเป็นเทน้ำเทท่า

งานชี้วัดให้เห็นว่าคนใต้ที่ตื่นตัวในการรักษาสุขภาพไม่แพ้ที่อื่นก็แล้วกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาอาชาพักตร์มวลชนจัดตั้ง ประเภทตุ๊กๆแท๊กซี่ หรือวินรถเครื่องรับจ้างให้เมื่อยตุ้ม จำนวนผู้ร่วมก็เป็นหมื่นได้ ที่สำคัญ สสส.ใจป้ำจัดตัวแทน ผู้ตรวจร่างโครงการออกเดินสายติวเข้ม การเขียนโครงการของบฯ สสส. ถ้าจะเรียกว่า “เขียนโครงการอย่างไร  ได้งบ สสส.” ก็ไม่ผิดนัก

ก่อนลงหาดใหญ่ สสส. ตระเวนภูธรจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพตามหัวเมืองหลักทั่วประเทศไทย มาแล้ว 3 ภาค คือ ภาคเหนือที่พิษณุโลก ภาคอิสานที่นครราชสีมา ภาคกลางที่ราชบุรี แล้วจึงลงภาคใต้ที่หาดใหญ่  สสส.เลือกพื้นที่จังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม มีอนาคต มีความหวังว่าจะมีการต่อยอดขยายองค์ความรู้สู่ปฏิบัติไปยังที่นั่นและพื้นที่ข้างเคียง เลยไปถึงพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดยุทธศาสตร์หรือ Cluster เดียวกัน หาดใหญ่ จ.สงขลาเป็นแหล่งสุดท้ายของปีนี้ ที่พ่วงการเสวนาติวเข้ม แนะนำและบอกแนวทางการเขียนโครงการให้กลุ่มองค์กรเอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่นใต้

“โอ้แม่จ้าวว” มีผู้เข้าร่วมล้นห้องประชุมซึ่งจุได้ไม่เกิน 50 คน แถมก่อนจบให้แบ่งกลุ่มให้ลองทำ Work shop ร่างโครงการเพื่อของบประมาณดู จะได้เป็นกรณีศึกษา เสียดายที่เวลาน้อย เมื่อเทียบกับความจำเป็นหรือความต้องการในการพัฒนาขับเคลื่อนด้านสุขภาพ น่าจะมีสัก 200 คน เพราะแค่กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบต.นั่นน่าจะสักร้อย เมื่อรวมกลุ่มองค์กรเอกชนที่เข้าข่ายควรได้รับงบประมาณ รวมทั้งจากยะลา ปัตตานีและนราธิวาสอีกรวมชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพ ชมรมแอโรบิกสสส์ (ซึ่งแค่ในหาดใหญ่ ก็ปาเข้าไปเกือบ 50 ชมรมแล้ว) ชมรมจักรยาน ชมรมฯลฯ และชมรมผู้สูงอายุ ฯลฯ แล้วกว่าสองร้อยคน

ปกติตามมหา’ลัย เฉพาะ “การเขียนโครงการ” นี่หนะ เรียนกันเป็นเทอม ใช้เวลาเกือบ 50 ชั่วโมง จบหลักสูตรยังเขียนกันได้แค่พอกล่อมแกล้มเท่านั้นเอง แต่ครึ่งวันที่เข้าร่วม Work shop กับ ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล ติวให้ในวันนั้น ยังกะได้ขี่ม้าบิน ปรู๊ดปร๊าดลัดนิ้วมือเดียวก็เห็นแสงรำไร ยังกะคนหิวข้าวตาลาย ที่จู่ๆ เจอะเจอ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางอยู่ข้างกระติกน้ำร้อน ยังไงยังงั้น งานนี้หากดูแนวที่วิทยากรให้มาแล้ว ขอบอกว่า หากเข้าร่วมแล้วได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมและตรวจแก้ไขอีก ขอบอก “ใครๆก็เขียนได้”

ดังนั้นกลุ่มองค์กรใด ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน ที่อยากจะล้วงกระเป๋า สสส. ขอเพียงท่านมีความคิดอยากจะทำโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ติดขัดที่งบจำกัด หรือ “หม้ายเบี้ย” แทบไม่มีงบไม่มีเงินเอาเสียเลย  ขอเพียงมีคนทำงาน ที่มีทั้งตัว และ “หัวใจ” มาทางนี้ครับ สองมือล้วงกระเป๋า ย่างเท้าเข้ามาทางนี้ครับ มาทางนี้ ผมจะถอดความสิ่งที่วิทยากรวันนั้นได้ ติวเข้ม คำต่อคำบรรทัดต่อบรรทัด มาเพื่อผู้สนใจทำความเข้าใจเพื่อเป็นแนวทางการเขียนโครงการฯ หากสงสัยติดขัด ก็โทรสอบถามได้ ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ใช่ถามผมนะครับ ถามวิทยากร ซึ่งท่านได้กรุณาฝากเบอร์โทรศัพท์มือถือไว้ให้ ผู้ที่สนใจ แต่ขอเป็นติดต่อกัน “หลังไมค์” นะครับ ซึ่งทาง สสส.มีแนวนโยบายที่จะช่วยเกื้อหนุน โครงการการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ ดังนี้ครับ

สิ่งที่ สสส. จะให้การสนับสนุนโครงการการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ 5 ข้อ มีดังนี้
1.ข้อมูลและคำแนะนำ ทางด้านวิชาการ เพื่อให้เกิดการดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
2.การเชื่อมประสาน ให้หน่วยงานต่างๆ มีจุดหมายร่วมกัน ทำงานอย่างสอดประสานและเกื้อหนุนกัน
3.เงินทุน  เพื่อให้โครงการดีๆ เริ่มได้และเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่หยุดเพียงจินตนาการ ทุนสนับสนุนจาก สสส. จะเป็นการกระตุ้นให้มีการนำทรัพยากรหลักในองค์กรหรือชุมชนมาใช้เพื่อการสร้างสุขภาวะได้อย่างมีพลังยิ่งขึ้น
4.การนำผลไปเผยแพร่สู่สาธารณะ  ให้สังคมรับรู้ เป็นแบบอย่างที่ดี กระตุ้นให้แสดงความคิดเห็น นำไปปฏิบัติอย่างแพร่หลายในวงกว้าง
5.เสนอรัฐบาล  เมื่อได้ข้อสรุปเชิงนโยบายจากงานวิจัยหรือโครงการตัวอย่างดีๆ เพื่อขยายผลเป็นนโยบายสาธารณะหรือผลักดันในวงกว้าง

ทาง สสส.บอกในวันนั้นว่า “งบประมาณที่จะสนับสนุนแต่ละโครงการนั้นมีไม่จำกัด เป็นล้านก็ให้ได้ ถ้าโครงการเข้าตากรรมการ”

โดย น่าน ฐานิวัฒนานนท์   เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2549 00:08:32 น.

 ความคิดเห็น
ลำดับที่ 1

เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ

จาก pichaya เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 14:15:55 น.


ลำดับที่ 2

ของบโครงการค่ายพุทธบุตรสัญจร จำนวน 40.000 บาท ถ้าได้ติดต่อกลับทาง  E-mail ด้วย
( ขอบคุณครับ )

จาก ค่ายพุทธบุตรสัญจร เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2553 16:09:01 น.